
พระธาตุดอยเวา

วัดพระธาตุเจดีย์หลวง

สวัสดีค่ะ หายไปหลายวันกลับมาแล้วค่ะ วันนี้จะพาไปวัดพระธาตุเจดีย์หลวง อำเภอเชียงแสน เป็นวัดที่เก่าแก่ของเมืองเชียงแสน สร้างโดยพระเจ้าแสนภู พระราชนัดดาของพ่อขุนเม็งรายมหาราช ปฐมกษัตริย์ของอาณาจักรล้านนาไท เมื่อ พ.ศ. 1887 (ประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 19 ) หลังจากนั้นพระเจ้าแสนภูได้เสด็จไปครองเมืองเชียงใหม่แทนพระราชบิดา คือ พระเจ้าชัยสงครามซึ่งเสด็จมาประทับยังเมืองเชียงราย พร้อมทั้งนำอัฐของพระราชบิดา คือพ่อขุนเม็งรายมหาราชที่เสด็จสวรรคตที่เชียงใหม่กลับมายังเมืองเชียงราย ด้วยค่ะ
พระธาตุเจดีย์หลวงได้ชื่อมาจากพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในวัด ซึ่งสูงถึง 88 เมตร มีฐานกว้าง 24 เมตร เป็นพระเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเชียงแสน ภายในวัดนอกจากพระเจดีย์หลวงแล้วยังมีพระวิหารซึ่งเก่าแก่มากพังทลายเกือบ หมดแล้วและเจดีย์ธาตุแบบต่างๆ อีก 4 องค์ โบราณสถานแห่งนี้แม้ว่าจะปรักหักพังไปมากแล้วแต่ได้รับการบูรณะอย่างดีให้สม กับเป็นวัดที่สำคัญของเมืองหิรัญนครเงินยางภายในสมัยอาณาจักรล้านนาไทค่ะ
สบรวก (สามเหลี่ยมทองคำ)

สวีสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้มายจะพาไปแนะนำดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ อยู่ห่างจากอำเภอแม่สาย ๒๘ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๑๒๙๐ เป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำรวกมาบรรจบกัน หรือที่เรียกว่า สบรวก เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาว พม่า บริเวณนี้เคยมีการค้าฝิ่น โดยแลกเปลี่ยนกับทองคำ ทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีความงดงามโดยเฉพาะยามเช้าที่ดวงอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางสายหมอกด้านฝั่งพม่า และลาว นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรือประมาณ ๓๐๐–๔๐๐ บาท นั่งได้ ๖ คน ถ้าต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงไปไกลถึงเชียงแสนและเชียงของ ก็สามารถหาเช่าเรือได้ แต่ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขงไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดเชียงรายได้ หากต้องการจะชมทิวทัศน์มุมกว้างของสามเหลี่ยมทองคำบริเวณสบรวกและเพื่อนบ้าน ต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ที่อยู่ริมแม่น้ำโขงค่ะ
ทะเลสาบเชียงแสน หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย
Posted by
Unknown
on Wednesday, March 25, 2009
/
Labels:
ทะเลสาบเชียงแสน,
อ.เชียงแสน
/
Comments: (0)

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆอากาศแถวบ้านร้อนกันเปล่าค่ะ ถ้าร้อนก็ไปทะเลกันดีกว่าค่ะ ที่เชียงรายก็มีทะเล แต่เป็นทะเลสาบเชียงแสนค่ะ ทะเลสาบเชียงแสน ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ. 2528 เดิมเป็นเพียงหนองน้ำขนาดเล็ก จนมีการสร้างฝายกั้นทางน้ำ ทำให้น้ำเอ่อล้น จนเกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ในฤดูหนาวจะมีอากาศเย็นสบายและหมอกลอยปกคลุมทั่วไป ทะเลสาบเขียงแสนยอังเป็นแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะนกเป็ดน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว หลายชนิดเป็นนกหายาก เช่นเป็นแมนดาริน เป็ดเทาก้านดำ เป็ดเบี้ยหน้าเขียว เป็ดหัวเขียว เป็นต้น บริเวณทะเลสาบมีรีสอร์ทเอกชนให้พักหลายแห่งค่ะ

การเดิทาง จากตัวเมืองเชียงแสน ใช้ทางหลวงหมายเลข 1016 ประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายที่กิโลเมตรที่ 27 เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร หรือนั่งรถโดยสารจากเชียงราย ไปอำเภอเชียงแสนแล้วต่อรถสามล้อเครื่องค่ะ
ไร่แม่ฟ้าหลวง

สวัสดีค่ะ ใกล้จะถึงเทศกาลสงกรานต์กันแลัวเพื่อนๆ มีโปรแกรมจะไปเที่ยวกันค่ะ ถ้ายังก็มาเที่ยวที่เชียงรายดีกว่าค่ะ วันนี้จะแนะนำสถานที่น่าสนใจในไร่แม่ฟ้าหลวง
หอคำ เป็นสถาปัตยกรรมล้านนาซึ่งมีหลังคามุงด้วยแผ่นไม้สัก ชาวเชียงรายร่วมกันสร้างเพื่อ "ไหว้สาแม่ฟ้าหลวง" ถวายเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเจริญพระชนมายุ 84 พรรษาเมื่อปี พ.ศ. 2527 อันเป็นฝีมือช่างไม้พื้นบ้านในจังหวัดเชียงรายและแพร่ ภายในหอคำเป็นที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุและงานพุทธศิลป์ มีทั้งพระพุทธรูปแบบล้านนา พม่า และเครื่องไม้แกะสลักที่ในในการพระศาสนา เช่น สัตภัณฑ์ (เชิงเทียนไม้เก่าแก่) ตุงกระด้าง(ตุงหรือธงไม้) ขันดอก (ภาชนะใส่ดอกไม้ธูปเทียนบูชาพระ) บรรยากาศภายในหอคำศักดิ์สิทธิ์และขรึมขลัง ให้ความรุ้สึกที่อธิบายได้ยาก แสงเที่ยนที่วับแวมอยู่ในความสลัวชวนให้เกิดความปีติจับใจ พระพุทธรูปองค์สำคัญในหอคำ คือ พระเจ้าพร้าโต้ ซึ่งมีจารีกว่าสร้างในปี พ.ศ. 2236 โดยชาวบ้านซึ่งเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่และยังไม่มีเครื่องมือที่เหมาะ สมในการสลักเสลาพระพุทธรูปไม้ให้ประณีต จึงใช้เพียงมีดโต้เป็นเครื่องมือแกะสลักพระพุทธรูปมีลักษณะแข็งแรงและสง่างามค่ะ
การเดินเล่นในอุทยานแห่งนี้เป็นประสบการณ์พิเศษ ภายในอุทยานมีไม้ป่านานาพันธุ์ มีพระรูปปั้นของสมเด็จพระรูปของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อันเป็นผลงานของคุณมีเซียม ยิบอินซอย มีอาคารศิลาแลงหลังคาเป็นเกล็ดไม้สัก ซึ่งเรียกว่า "หอคำน้อย" เป็นที่เก็บภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนด้วยสีฝุ่นบนกระดานไม้สัก สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยช่างเขียนชาวไทยลื้อ ภาพแสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ การแต่งกาย และวัฒนธรรมล้านนาเมื่อกว่าร้อยปีมาแล้ว

จากหอคำน้อย เมื่อเดินผ่านป่าสมุนไพรไปทางทิศใต้ จะพบอาคารหลังใหญ่คือ "หอแก้ว" ซึ่งมีพื้นที่แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งใช้เป็นที่ทำกิจกรรม เช่น การประชุมสัมมนา จัดเลี้ยง ฯลฯ มีระเบียงยื่นลงไปในสระน้ำกว้างใหญ่ เหมาะแก่การสังสรรค์อันรื่นรมย์ และปลอดโปร่งใจอีกส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการ ทั้งนิทรรศการหมุนเวียน และนิทรรศการถาวร นิทรรศการถาวรเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับไม้สัก ทั้งในด้านพฤกษศาสตร์ และในด้านเป็นวัสดุอันเลื่องชื่อสำหรับสร้างสรรค์งานศิลปะ
In the Candle Light เป็นแพ็คเกจที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามของไร่แม่ฟ้าหลวงในยามค่ำ คืน (ระหว่างเวลา 18.30-22.0 น.) ด้วยการนำชมโดยผู้ชำนาญที่ให้ความรู้ ความสนุกสนานเรื่องวัฒนธรรม พร้อมการแสดงศิลปะพื้นเมืองที่วิจิตรงดงามตามรูปแบบไร่แม่ฟ้าหลวง และรับประทานอาหารค่ำแบบพื้นเมืองท่ามกลางบรรยากาศแบบล้านนา ราคาแพ็คเกจ 1,000 บาทต่อท่าน (มายไม่ได้ค่าโฆษณาเลยนะ)
ไร่แม่ฟ้าหลวงตั้งอยู่ที่ 313 หมู่ 7 บ้านป่างิ้ว ต.รอบเวียง โทร.0 5371 1968 โทรสาร 0 5371 2429 เว็บไซต์ http://www.maefahluang.org
เปิดทุกวันเวลา 08.00-18.00 น.(ยกเวันวันจันทร์) ค่าเข้าชมคนไทย 150 บาท ต่างชาติ 200 บาท
พระธาตุดอยตุง

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เป็นงัยกันบ้างค่ะ เศษฐกิจตอนนี้ ถ้าเครียดก็ออกไปเที่ยวกันบ้างนะค่ะ ไปเติมพลังให้กับชีวิตค่ะ ออกมาเที่ยวไทยช่วยเศษฐกิจของประเทศเราค่ะ (ฟังพี่เบิรด์มานะนี้) วันนี้จะพาไปพระธาตุดอยตุงถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีกุน ที่นิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลค่ะ ตั้งอยู่บริเวณส่วนที่เรียกว่าหน้าอกของดอยนางนอน ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นที่บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า เมื่อก่อสร้างพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนี้ ได้ทำธงตะขาบ (ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า ตุง) ใหญ่ยาวถึงพันวา ปักไว้บนยอดดอย ถ้าหากปลายธงปลิวไปไกลถึงเมืองไหน ก็จะกำหนดเป็นฐานพระสถูป เหตุนี้ดอยซึ่งเป็นที่ประดิษฐานปฐมเจดีย์แห่งล้านนาไทย จึงปรากฏนามว่า ดอยตุง ค่ะ เมื่อถึงเทศกาลนมัสการพระธาตุดอยตุงในวันเพ็ญเดือน 3 จะมีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและเพื่อนบ้านจากประเทศใกล้เคียง เช่น ชาวเชียงตุงในรัฐฉาน ประเทศสหภาพพม่า ชาวหลวงพระบาง เวียงจันทน์ เดินทางเข้ามานมัสการทุกปีค่ะ
วัดถ้ำป่าอาชาทอง
Posted by
Unknown
on Saturday, March 21, 2009
/
Labels:
พระเณรขี่ม้าบิณฑบาต,
วัดถ้ำป่าอาชาทอง
/
Comments: (0)

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้มายจะแนะนำที่ท่องเที่ยวติดหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ค่ะ วัดถ้ำป่าอาชาทอง อยู่ในถิ่นกันดารห่างไกลคมนาคม บนดอยสูง ที่บ้านแม่คำ ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ชาวบ้านซึ่งเป็นชาวเขาใช้ม้าแกลบ ในการเดินทางและบรรทุกสัมภาระ เหตุนี้ พระครูบาเหนือชัยโฆสิโต เจ้าอาวาสซึ่งเป็นอดีตนายทหารม้าเก่า จึงให้พระเณรที่นี่ใช้ม้าเป็นพาหนะในการออกบิณฑบาตไปยังหมู่บ้านเชิงเขาหรือ ที่เรียกว่าลานพระแก้ว เป็นระยะทางร่วม 5 กิโลเมตรทุกวัน ทุกเช้าเวลาประมาณ 07.00 - 07.30 น. จะมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพื่อใส่บาตรบริเวณลานพระแก้วแห่งนี้
การเดินทางไปชมพระขี่ม้าบิณฑบาต หนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ ใช้เส้นทางเชียงราย- อำเภอแม่จัน ประมาณ 28 กิโลเมตร จากตัวอำเภอแม่จัน ประมาณ 5 กิโลเมตร ก็ถึงปากทางไปวัดถ้ำป่าอาชาทอง มีป้ายบอกทางเข้าไปอีก ประมาณ 7 กิโลเมตร กรณีไม่มีรถยนต์ส่วนตัว สามารถเช่ารถได้จากบริษัทรถเช่า